Home > C# .NET, OOP, software engineering, XML > NHibernate สะพานเชื่อมระหว่าง Object world และ Database world

NHibernate สะพานเชื่อมระหว่าง Object world และ Database world

นักพัฒนาทั้งหลายครับ สวัสดีปีใหม่ครับหวังว่าปีนี้คงจะมีอะไรที่ ใหม่ ๆ กับชีวิตนะครับ เงินทองหลั่งไหล สุภาพแข็งแรงนะครับ นับว่าเป็นเวลานานมากแล้วที่ผมไม่ได้เข้ามาเขียนบทความเลย ปีใหม่นี้ก็หวังว่าจะเริ่มเขียนให้มากขึ้น อยากจะแบ่งปัน ความรู้ให้กับเพื่อน ๆ โปรแกรมเมอร์ทั้งหลาย นะครับ

เรื่องในวันนี้นับเป็นเรื่องแรกแห่งปีนี้ ครับ  อย่างที่ได้ขึ้นหัวไว้นะครับ  NHibernate ถือว่าเป็น นวัตกรรม ของการพัฒนาซอฟต์แวร์ แห่งปีก็ว่าได้นะครับ นักพัฒนาระบบอย่างเรา คงจะเข้าใจได้นะครับ ว่าระบบฐานข้อมูลส่วนใหญ่ที่เราใช้งานั้น จะเป็น relational database ซะส่วนใหญ่ และการพัฒนาระบบในภาษาใหม่นั้น เราก็จะเน้นการเขียน แบบ Object oriented  เมื่อเราทำงานในลักษณะ Object เราก็น่าจะสามารถมองเห็น ข้อมูลเป็น Object ด้วย แต่การ ทำ Data access Layer นั้น เป็นงานหนักทีเดียว ถ้าต้องการทำให้ การเขียนเป็น เชิง Object ทั้งหมด ทั้งนี้ผมกล่าวไปตามความเข้าใจ นะครับ และก็เข้าใจว่า NHibernate เป็นหนทางที่จะนำเราไปสู่การส้รางงานที่ง่ายขึ้น แต่จะเป็นอย่างไรนั้นคงจะต้องหาคำตอบ ไปด้วยกันนะครับ

คงจะต้องกล่าวถึง NHibernate ก่อนที่จะลองสัมผัส กันสักนิด นะครับ สำหรับ NHibernate นี่นั้นเขาเรียกกันว่า Object Relational Mapper (ORM) ทำหน้าที่ Map จาก Relational database มาเป็น Object ให้เราครับ ทำให้เราทำงานได้ง่ายขึ้นครับเพราะเราไม่ต้องไปงุ่มง่ามอยู่กับการเขียน Data access layer  ง่ายอย่างไรนั้นคงต้อง ค่อย ๆ ดูตามผมไปก็แล้วกันนะครับ เพราะผมเองก็อยากรู้มากเหมือนกัน

เอาเป็นว่าเราเรียนรู้ NHibernate ผ่านทางต้วอย่างที่ผมจะรวบรวมมา จากง่ายไปหาอยากและเอาไปใช้งานจริง ๆ นะครับ

เครื่องมือที่เราจะใช้ใน ตัวอย่างแรกนี้ก็คงจะเป็น

  • NHibernate version 2.1.2 ครับ load ตาม link นี้เลยครับ NHibernate-2.1.2.GA-bin
  • Visual studio 2008 Express, C#
  • SQL Server 2005 Express

ขั้นตอนการติดตั้ง NHibernate ก็ไม่ยากนะครับ ผมแตกออกแล้วเอาไว้ที่ c:\NHibernate-2.1.2 GA\ แล้ว ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้นะครับ

ขั้นตอนที่ 1 :

  • สร้าง Project ชื่อ Lesson3 แล้วสร้าง form แล้ววาง datagrideview ไว้ บน form นั้น นะครับแล้วทิ้งไว้ก่อน
  • Add Reference -> NHibernate
    • Click ขวาที่ชื่อ Project เลือก Add Reference
    • Brows ไปยัง folder ที่แตกไว้แล้วเลือก NHibernate.dll ใน \Required_Bins
    • ทำอีกครั้ง เพื่อ Add    NHibernate.ByteCode.Castle.dll  ใน \Required_For_LazyLoading\Castle

ขั้นตอนที่ 2 :

  • Add new class -> company.cs
using System;
using System.Collections.Generic;
using System.Linq;
using System.Text;

namespace Lesson3
{
 public class company
 {
 public company() { }

 public virtual string companyid { get; set; }
 public virtual string companyname { get; set; }
 public virtual string companyemail { get; set; }
 public virtual string companysize { get; set; }

 }
}
  • Add new XML ->    Set as Embedded Resource [company.hbm.xml]
  • สำคัญมากสำหรับ ไฟล์นี้ ต้องกำหนด properties ให้เป็น  embedded resource
<?xml version="1.0" encoding="utf-8" ?>
<hibernate-mapping xmlns="urn:nhibernate-mapping-2.2" assembly="Lesson3" auto-import="true">
 <class name="Lesson3.company, Lesson3" table="company" lazy="true">
 <id name="companyid" type="string">
 <generator/>
 </id>
 <property name="companyname" type="string"/>
 <property name="companyemail" type="string"/>
 <property name="companysize" type="string"/>

 </class>

</hibernate-mapping>

ขั้นตอนที่ 3 :

  • config and Execute
    • Add using statment , เปิด form1 ที่เราวาง datagridview ไว้แล้วเพิ่ม using statement ตามนี้ครับ
...
using NHibernate;
using NHibernate.Cfg;
using NHibernate.ByteCode.Castle;
using System.Collections;

  • แล้ว เพิ่ม code ลงใน constructor ดังนี้
Configuration config = new Configuration();
ISessionFactory factory;

 config.SetProperty(NHibernate.Cfg.Environment.ConnectionProvider, "NHibernate.Connection.DriverConnectionProvider");
 config.SetProperty(NHibernate.Cfg.Environment.Dialect, "NHibernate.Dialect.MsSql2005Dialect");
 config.SetProperty(NHibernate.Cfg.Environment.ConnectionDriver, "NHibernate.Driver.SqlClientDriver");
 config.SetProperty(NHibernate.Cfg.Environment.ConnectionString, @"Data Source=.\SQLEXPRESS;Initial Catalog=enterprise4;User ID=sa;Password=xxxx;Pooling=False");
 config.SetProperty(NHibernate.Cfg.Environment.ProxyFactoryFactoryClass, "NHibernate.ByteCode.Castle.ProxyFactoryFactory,NHibernate.ByteCode.Castle");

 config.AddAssembly(typeof(Lesson3.company).Assembly);

 factory = config.BuildSessionFactory();
 ISession session = null;
 try
 {
 session = factory.OpenSession();
 dataGridView1.DataSource = session.CreateCriteria(typeof(Lesson3.company)).List();
 }
 catch (Exception ex)
 {
 session.Close();
 MessageBox.Show(ex.Message);
 //throw;
 }

ลืมไปว่าท่านต้องทำการ สร้าง database ชื่อ enterprise4 โดยที่มี โครงส้รางข้อมูลดังนี้

CREATE TABLE [dbo].[company](
[companyid] [nchar](10) NOT NULL,
[companyname] [nchar](150) NULL,
[companyemail] [nchar](150) NULL,
[companysize] [nchar](10) NULL,
CONSTRAINT [PK_company] PRIMARY KEY CLUSTERED
(
[companyid] ASC
)WITH (PAD_INDEX  = OFF, STATISTICS_NORECOMPUTE  = OFF, IGNORE_DUP_KEY = OFF, ALLOW_ROW_LOCKS  = ON, ALLOW_PAGE_LOCKS  = ON) ON [PRIMARY]
) ON [PRIMARY]

หลังจากนี้ก็ลอง compile แล้วrun ดูนะครับ จะได้ข้อมูลขึ้นมาแสดง ให้ท่านเห็น อ้อ แต่อย่าลืม ใส่ข้อมูลลงตารางซะก่อนนะครับ
จาก เห็นมั้ยครับ ว่ามันจัดการอะไรให้เราบ้างเราแค่เขียน แค่นี้เราก็สามารถที่จะแสดงข้อมูลจาก table ได้แล้ว ดังนั้น ต้องติดตามกันต่อไปนะครับว่า การทำ operation ต่าง ๆ กับข้อมูลทำได้อย่างไรบ้าง
เช่นการ insert update และการ delete ซึ่งจะเก็บไว้เป็นตอนต่อไป ครับ ถ้ามีอะไรที่ต้องการ ถามก่อนก็ ว่ากันไปตามนี้นะครับ s_teerapong2000@yahoo.com ครับ Bye…

  1. IZAAC
    April 30, 2011 at 3:26 pm

    Good Example …

  1. January 11, 2011 at 4:44 pm

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: