Home > C# .NET, Deploy, DOT NET, Windows Forms > การทำ Deploy .NET Window application

การทำ Deploy .NET Window application

พอดีจะทำ Setup project  กับ โปรเจคเล็ก ๆ ทีทำไว้ ต้องการให้รวมเอา Ms Access ไปด้วยและต้อง รวมเอา Crystal Report Runtime เข้าไปด้วย ยังหาข้อมูลตรงนี้ไม่ได้ ก็เลยตั้งใจว่าคงต้อง ให้เวลากับมันสัีกนิด เพื่อทำความเข้าใจจริงจัง แล้วไหน ๆ ทำแล้วก็ เผยแพร่เพื่อ เพื่อน ๆ โปรแกรมเมอร์ และนักพัฒนาโปรแกรม ด้วยกัน …

ไหน ๆ ก็ พูดแล้วกล่าวถึงคำว่า Deployment กันสักนิด  หลังจากที่เราได้พัฒนา Application เส็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว ถึงเวลาที่เราจะนำโปรแกรมไปให้กับผู้ใช้งาน หรือสร้างเป็นชุด Installation เพื่อทำให้โปรแกรมของเราสามารถที่ทำงานบนเครื่องผู้ใช้ได้อย่างสมบูรณ์ เราก็ต้องสร้าง ชุด Install ที่สามารถนำไฟล์ทุกไฟล์ที่เกี่ยวข้อง กับการทำงานของโปรแกรม ไม่ว่าจะเป็น .exe , .dll , component ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง  third party component  ไฟล์อื่น ๆ เป็นต้น หรือแม้แต่การสร้าง directory การสร้าง shortcut  การทำ environment บนเครื่องเป้าหมาย ให้มีสภาวะเช่นเดียวกับ เครื่องที่เราใช้พัฒนา  กระบวนการที่เราทำสิ่งเหล่านี้ก็คือการ Deployment นั่นเอง

วิธีการที่เราจะกล่าวถึง สำหรับการ Deploying .NET Application คือการใช้ Visual studio .NET Deployment Tools  ซึ่งใช้เครื่องมือที่มีมาพร้อมกับ .NET Visual studio ในบทความนี้ เราอ้างอิง Visual Studio 2005 นะครับ ซึ่งเจ้าเครื่องมือนี้ เราสามารถใช้สำหรับการทำงานดังต่อไปนี้นะครับ

  1. ใช้ Copy ไฟล์ที่จำเป็นทั้งหมดไปยังเครื่อง เป้าหมาย
  2. นอกจากที่มันทำในข้อ 1 แล้วมันก็ยังสามารถเอาไฟล์เหล่านั้นไปไว้ยัง Folders ต่าง ๆ ตามความต้องการของโปรแกรม
  3. และเรายังสามารถใช้ให้มันสร้าง Registry entry ได้ตามต้องการอีกด้วย
  4. และยิ่งไปกว่านั้นเราสามรถทำ custom Dialog ได้ และตรวจสอบ ความต้องการเบื่องต้น เช่น ตรวจสอบว่ามี .NET Framework บนเครื่องเป้าหมายหรือไม่ เป็นต้น
  5. และอื่น ๆ อีก เราสามารถเลือกใช้ได้ตามความต้องการของเรานะครับ

เรามาดูกันที่ เมื่อเริ่มต้นสร้างเราสร้างกัน อย่างไร การเริ่มต้นสร้าง นั้นใช้วิธีการเดียวกับการสร้างโปรเจค นะครับ กล่าวคือเมื่อเราเริ่มสร้างโปรเจค เราเลือก Project type ที่ชื่อว่า Setup Deployment  project  เราสามารถเลือก  template สำหรับการ deployment ได้ตามชนิดของ Application ที่เราทำนะครับ ซึ่งมันก็จะมี

  1. Setup Project สำหรับการสร้าง Deployment ให้กับ Project ธรรมดาที่ทำงานโดยใช้ windows form
  2. Web Setup Project สำหรับสร้าง Deployment ให้กับ Project ที่เป็น Web application
  3. Merge module project สำหรับ การสร้าง Deployment ให้กับ component หมายถึงเราจะ deploy component ที่เราสร้างนะครับไม่ใช่ application
  4. Cab project ก็เช่นเดียวกัน นะครับสำหรับการ deploying component   เช่น component ที่สร้างสำหรับการทำงานบนเครื่อง client เราใช้ component ชนิดนี้วางไว้บน Web server เมื่อ Web browser ต้องการ component การสามารถ download จาก server และทำที่เครื่อง client ได้ คงจะพอนึก app. ประเภทนี้ออกนะครับ
  5. Web Wizard Project มี Wizard  นำทางตลอดทุกขั้นตอนในการทำงาน เหมาะสำหรับ มือใหม่นะครับ จะเริ่มที่นี่
  6. Smart Device Cab Project สำหรับการ Deploying Application ที่ทำงานกับ Pocket PC หรือ smart Phone

เอาหล่ะครับเข้าประเด็นดีกว่า ความต้องการก็คือ เรา ต้องการ ให้มีการสร้าง path ที่เครื่องปลายทางและ นำเอา file Database ของเรา รวมไปใส่ไว้ที่ path นั้น รวม  Crystal report และ .Net framework ด้วย . นั่นคือทั้งหมด ที่ต้องการ

เราเริ่มด้วยการสร้าง Set up Project  เราสามารถที่จะสร้างไว้ภายใน Solution เดียวกันก็ได้ หรือ สร้างไว้ต่าง Solution กันก็ได้ (แล้ว add project เข้ามาทีหลัง) ผมขอกล่าวกึงวิธีการ สร้าง ไว้ภายใน Solution เดียวกันก็แล้วกันนะครับ เพราะเวลาเราทำ Installation file ก็มักจะทำ ให้กับ solution ใด solution หนึ่งเท่านั้น

  • หลังจากเรา เปิด  Solution ขี้นมาแล้ว คือเมื่อเรา เปิดโปรเจคใดโปรเจคหนึ่ง มันก็จะเปิด Solution ที่โปรแจคนั้นอยู่ขึ้นมาทั้งหมด เราก็ Add โปรเจคใหม่เข้าไป โดยเราเลือก ให้เป็น  “Setup Project” นะครับ แล้วตั้งชื่อให้กับโปรเจกสักหน่อยก็ได้ ไม่งั้นเราก็จะได้ชื่อ Default ซึ่ง เป็น Setup1 Setup2 .. หรืออะไรก็ตาม pic11

pic2

  • ถัดมาเราจะได้ view ที่เรียกว่า File system view  ซึ่งจะมีรายการของ File system ดังนี้
    • Application Folder ซึ่งมันก็คือ  “C:/Program Files/ชื่อเรา[manufacturer]/projectductname”
    • Profile Folder มันคือ  “C:/Program Files” ของเรานั้นเอง
    • User’s Desktop คือ path ที่อ้างไปยัง หน้าจอ desktop ของ  User แต่ละคนนั่นเอง
    • สุดท้าย ก็คือ User’s Program Menu คือ path ที่อ้างไปยัง All programs ใน start นั่นเอง

ที่จริงเราสามารถเพิ่มเข้ามาได้อีก กรณีที่เรามีความต้องการใช้งานมากกว่านี้  คลิกขวาที่ File system on target machine แล้วเลือก Add special folder ผมจะไม่กล่าวถึงในตอนนี้ นะครับเพราะเท่าที่มีนั้นเพียงพอต่อความต้องการของผมแล้ว (ฝรั่งเขาเรียกว่า commonly used ไง ยังไงก็ต้องใช้มัน )

  • ขั้นตอนต่อไปคือ การทำ Project output ก็คือว่าจะให้ Project ไหนเป็นตัวโปรแกรมหลักในการ Deploy ครั้งนี้ หรือ main project นั้นแหละครับ เราผมจะให้มันสร้างภายใต้ Application Folder นะครับ ก็คลิกขวาที่ Application Folder แล้วเลือก Add –> Project output นะครับ แล้วจะมีโปรเจค ให้เราเลือก เราก็เลือกว่า โปรเจคใดที่เราต้องการ ดังรูป

pic3 เรา Project ใน combobox แล้ว Primary output ที่ Listbox ด้านล่าง นะครับ แล้วก็ OK

  • เราจะได้ Primary output ขึ้นทางด้านขวามมือนะครับ หากเราสร้าง class library  project ที่เราอ้างอิงจาก primary เราก็จะเห็น .dll ของ class library เหล่านั้นแสดงอยู่ด้วย ดังนี้
  • pic4จะเห็นว่า ภายใต้ Application Folder ของผมมี Sub folder เพิ่อมเขามาอีก นั้นคือเราเพิ่มเขามา เพื่อให้เป็น sub folder ที่อยู่ภายใต้ folder เดียวกับ .exe file นั่นเอง คือผมต้องการให้มี folder สำหรับ database (ใส่ ฐานข้อมูล MsAccess) และ reports ที่เราเรียกใช้ระหว่างโปรแกรมทำงานนั่นเอง การเพิ่มก็เพียงแค่ คลิดขวาที่ Application folder แล้วเลือก Add->Folder เท่านั่นเอง ครับ
  • ส่วนไฟล์ที่ต้องการ add เข้าไปในแต่ละ Folder (database และ reports )นั้นก็ คลิกวาที่ Folder นั้นแล้วเลือก Add->file แล้วเราก็ไปเลือกไฟล์ที่เราต้องการ เช่น filename.mdb เป็นต้น มันก็จะทำการรวม file นั้นเขามาในโปรเจค เช่นเดียวกันกับ reports ซึ่งผมใช้ crystal report ในระหว่างการเขียนโปรแกรมมมันก็จะรวมอยู่กับ code file  ผมก็ add มันเขามาใน folder reports ครับ แต่ข้อที่ควรรระวังก็คือ คุณตั้งกลับไปจัดการกับ การอ้างอิง file เหล่านี้อีกครั้ง ให้ตรงกับ ที่ทำไว้ใน setup project และ build ใหม่อีกครั้ง ผมหมายถึงใน primary project นะครับ
  • ต่อไปเราจะทำการสร้าง shortcut ที่หน้า desktop และสร้าง item ใน Programe Menu    จริงแล้วไม่ใช่เรืองยากเลย ครับ อันดับแรกเราสร้าง short cut ก่อน โดยการคลิกขวาที่ primary output from ……… (active) แล้วก็เลือก “Create shortcut to primary…… ” หลังจากนั้นเราก็จะได้ shortcut มาในชื่อเดียวกันเราก็เปลี่ยนชื่อซะให้เหมาะสม แล้วก็ ดึงไปวางไว้ – หากต้องการให้เป็น shortcut ที่หน้าจอ desktop ก็ วางไว้ที่ User’s Desktop folder ด้านซ้ายมือ
  • ในกรณี User’s Program Menu นั้น หากเรามีหลาย Shortcut เราอาจต้องการทำให้เป็นกลุ่มไม่ปะปนกับ menu อื่น ๆ เราก็ต้อง สร้าง folder ภายใต้ User’s Program Menu ด้วย ใช้ชื่ออะไร ก็ตาม หลังจากนั้นเราก็ สร้าง short cut เช่นเดียวกันกับ ที่กล่าวมาก่อนหน้านี้ แล้วก็ลากมาวางไว้ที่ folder ที่อยู่ภายใต้ User’s Program Menu นี้ เราก็จะได้ menu ตามที่เราต้องการ
  • นั่นเป็นทั้งหมด ที่ผมทำนะครับ อ้อมีเพิ่มเติมนะครับ เรื่อง Prerequisites … ในกรณีของผมนี่ ต้องการให้ Setup ของผม ตรวจสอบและ install  crystal report สำหรับ .net framwork 2.0 ด้วย และ ก็รวมถึง framework ด้วยนะครับ เราก็สามารถที่จะกำหนดได้ดังนี้นะครับ  ใน solution explorer ให้คลิกขวาที่ setup project แล้วเลือก properties นะครับจะได้หน้าจอ properties ขึ้นมาเราก็เลือกไปที่ปุ่ม prerequisites นะครับแล้วเราก็เลือก จะเอาอะไรก็ ตามต้องการ pic5
  • จากรูปนะครับ เลือกเสร็จด้านล่าง ถัดมาเราก็เลือก Download prerequisties from the same location as my application นะครับ ผมไม่แน่ใจว่า option นี้หมายถึงให้เอาจาก Installation ที่เราทำใช่หรือป่าวนะครับ เพราะผมยังได้ลอง install เครื่องอื่น เลยไม่ clear ตรงนี้ แต่ผมสังเกตุเห็นว่า ภายใต้ Debug จะมี sub folder ของ library เหล่านี้ปรากฎอยู่ อาจจะเป็นแค่ bosttrap โปรแกรมก็ได้ นะครับ คือมันเริ่มต้น และ download ส่วนที่เหลือ จาก internet นะครับ
  • ในกรณี prerequisites นี้หลายท่านแนะนำว่า ให้เรา แยกต่างหากไปเลย หมายถึง ถ้าเราต้องการ ให้ผู้ใช้ลง .net framework เราให้ ผู้ใช้ install .net framework ก่อน หรือเราจัดให้พร้อมกับชุด install ก็ได้ เช่นเดียวกันกับ crystal report นะครับ หลายท่านก็บอกให้แยก ประโยชน์ก็คือ มันจะ update ตัวมันเองได้ หากมีการ update เพิ่มเติม เขาว่ามาแบบนั้นนะครับ
  • ครับ เพิ่มเติมข้อที่แล้วอีกนิดนะครับ สำหรับใครต้องการ  crystal report  (runtime) ก็มา ได้ที่นี่นะครับ https://www.sdn.sap.com/irj/boc/businessobjects-downloads แล้วก็ คลิกที่ Get Crystal Reports, Crystal Reports Server, and Xcelsius downloads
  • ส่วน .NET Framework คงไม่ต้องบอกนะครับว่า ไป download ได้ที่ไหน
  • มาถึงสุดท้าย ท่านก็ build setup Project แล้วก็ลอง install ดูนะครับ  แล้วก็ลอง run ดูนะครับ  เรื่องการตรวจสอบ เรื่อง .net framework หรือ crystal report นั้นควรจะต้องไปหาเครื่องอื่นลงนะครับ เครื่องที่ยังบริสุทธิอยู่นะครับ ถึงจะรู้ว่า ผิดถูกประการใด ส่วนเรื่อง path ต่าง ๆ นั้นเราตรวจสอบ ได้บนเครื่องเรา แต่ต้องระวังนะครับ บางที่ เราอาจไม่เห็นขอผิดพลาดเพราะว่า บางครั้งถึงแม้เราแก้ไข path อ้างอิง ไม่หมด แล้ว ปรากฏว่าโปรแกรมทำงานได้ ที่ได้ก็เพราะว่า path เดิมของไฟล์ที่เราอ้างอิงนั้นมันยังมีอยู่ มันก็เลยยังทำงานได้ พอไปลงจริงอาจจะเกิดปัญหาได้ ต้องอรบคอบหน่อยนะครับตรงน้
  • ก็คงจะจบลงตรงนี้ก่อนะครับ คิดว่าคงพอเป็นแนวทางให้กับหลาย ๆ ท่านได้ นำเอาไปต่อยอดกันเอาเอง นะครับ หากมีอะไรเพิ่มเติมหรือ ท้วงติงก็ comment มา่ได้นะครับ หรือ จะเพิ่มเติมมาก็ได้เพื่อเป็นประโยชน์กับเพื่อน ๆ คนอื่น ต่อไป นะครับ หรือจะ mail มาคุยกันก็ได้นะครับ s_teerapong2000@yahoo.com
  1. March 27, 2009 at 10:41 am

    พอดีกำลังสนใจเรื่องนี้อยู่ค่ะ เพราะว่าจะจัดทำ แผ่น Install อยู่ค่ะ
    ต้องขออนุญาตคุณนำบทความไปลง ในเวปหลินด้วยนะค่ะ
    เป็นความรู้อย่างมากเลยค่ะ

    • Teerapong Sontayaman
      March 28, 2009 at 6:43 pm

      ตามสบายเลย ครับ 🙂

  2. Chickz
    August 11, 2009 at 10:24 am

    พอดีหาเรื่องการ update application อยู่น่ะค่ะ
    แต่เปิดมาเจอบทความนี้ ..เข้าใจการ deploy ขึ้นเยอะเลย
    ก่อนหน้านี้ทำไปตามขั้นตอนโดยค่อยไม่เข้าใจเท่าไหร่

    ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ ค่ะ ^^

  3. ิbomber_b
    September 28, 2009 at 12:37 pm

    บังเอิญกำลัง หา วิธี setup project c# มาเจอ บท ความ ของ คุณ
    เข้าใจ ขึ้นมาก เลย คัพ ขอบคุณนะครับ

  4. July 17, 2011 at 8:36 pm

    ขอบคุณมากครับ เข้าใจวิธิการ deploy มากขึ้นครับ อ่านหนังสือแล้วยังไม่ค่อยเข้าใจ ขอบคุณครับ

  5. kacha
    September 20, 2011 at 12:10 am

    ขอบคุณมากๆค่า ช่วยได้เยอะเลย ^________________^

  6. aun
    July 14, 2013 at 9:27 pm

    ผมทำ C# WPF โปรเจค ถ้าตัวโปรเจคใช้ ไฟล์เสียง วิดีโอ และไฟล์ text ต้องทำไรเพิ่มไหมครับ ต้อเพิ่มตรงไหนไหมครับ ผมลองทำขั้นตอนปกติแล้วมันไม่เจอไฟล์ครับ

  1. No trackbacks yet.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: